ชาซ่า สมุย บ้านสำหรับทั้งครอบครัว และเพื่อนทั้งกลุ่ม   
ข้อเสียของการไปเที่ยวตอนเด็กๆก็คือ โตมาแล้วมันจะจำอะไรไม่ค่อยได้เลย เสียดายตังจริงๆ

นานมากแล้วที่แวร์มาสเตอร์ไม่ได้มาที่เกาะสมุยแห่งนี้ อย่าถามให้ตอกย้ำอายุเลยว่ากี่ปี คราวนี้ พอมีโอกาส แวร์มาสเตอร์ก็ไม่รอช้า คว้าโอกาสเอาไว้ทันที

สมุยในวันนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและโรงแรม โรงแรมหลายร้อยแห่งกระจุกตัวอยู่ในเกาะเล็กๆแห่งนี้อย่างที่มองลงมาจากเครื่องบินแล้วจะพบว่า โอ้โฮ เยอะมากจนไม่รู้คนมาพักจากไหนกันนักหนา ทั้งที่เรามีความรู้สึกว่า การที่จะมาเกาะสมุยนี่ มันไม่ง่ายเหมือนไปเกาะช้าง ไปหัวหินเลยนะ แถมราคาการเดินทางก็แพงกว่าอีก

มีสายการบินในประเทศอยู่ 2 สายที่บินตรงมายังเกาะสมุย สายแรกก็ได้แก่ บางกอกแอร์เวย์เจ้าเก่า ส่วนสายที่ 2 ก็คือ การบินไทย ลองเช็คๆดูบางที การบินไทยก็ถูกกว่าบางกอกแอร์เวย์ บางทีก็พอๆกัน เวลาจะมา ก็อย่าลืมเช็คราคาเทียบสองสายการบินดี

จริงๆมันก็มีทางเลือกในการเดินทางที่ถูกกว่าเครื่องบินอยู่เหมือนกัน ซึ่งสามารถจะประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์ไปได้เป็นพันอยู่เหมือนกัน นั่นคือการนั่งเครื่องหรือนั่งรถมาที่สุราษฎร์ธานี แล้วต่อเรือข้ามมา ซึ่งสามารถจะเอารถลงเรือข้ามมาได้ด้วย ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกมาสมุยแบบไหน



ในวันนี้ ที่พักประจำทริปของเราอยู่ที่แหลมเส็ด ซึ่งอยู่ทางด้านใต้ของเกาะสมุย การเดินทางไปถึงโรงแรมในเกาะสมุยจริงๆก็ไม่ได้ยากอะไร โดยเฉพาะเมื่อเราใช้บริการรับ-ส่งของโรงแรม จ่ายเพิ่มอีกหน่อย แต่ก็ไม่ต้องทะเล่อทะล่าหาทางไป ในกรณีที่เราศึกษาเส้นทางของเกาะมาไม่พอ หรือเราไม่ได้เช่ารถขับไปไหนมาไหนเอง

แม้สมุยจะเป็นเกาะที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่รถตู้ก็ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากสนามบิน มาถึงยังโรงแรม บวกกับไฟลท์ดีเลย์อีก ทำให้กว่าจะมาถึง Shasa Resort and Residence พระอาทิตย์ก็ตอกบัตรลากลับบ้านไปแล้ว
ชาซ่า สมุย
จริงๆตอนเข้าห้องมา แอบตกใจว่า ห้องมันแทบจะกว้างกว่าบ้านแวร์มาสเตอร์เองอีกมั้ง ทั้งๆที่มันเป็นห้องเล็กสุดที่เขามีแล้ว นั่นคือ ห้องขนาดห้องนอน 2 ห้อง และยังประกอบด้วยส่วนนั่งเล่น ทานข้าว เตรียมอาหาร ซักผ้า และระเบียงกว้างอีก ถึงแม้จะดูข้อมูลในเว็บมาแล้ว ก็ยังอดจะโอ้โหกับไซส์ห้องไม่ได้อยู่ดี

ว่าแล้วตอนนี้ก็ เก็บของ สำรวจห้องเล็กๆน้อยๆ แล้วก็นอนเอาแรงกันดีกว่า วันรุ่งขึ้นจะได้มีแรงสำรวจเต็มๆว่า Shasa หรือความหมายคือ น้ำพุแห่งชีวิต แห่งนี้ มีหน้าตาเป็นอย่างไร
ชาซ่า สมุย
ตื่นมา เราก็มาพบกับล็อบบี้กันก่อนเลย และเราก็ได้เห็นสัญลักษณ์น้ำพุแห่งชีวิตกันตั้งแต่ด้านหน้า ตรงตามคอนเซปท์เด๊ะๆ
ชาซ่า สมุย
แล้วเราก็เดินมาถึงร้านอาหารหนึ่งเดียวในรีสอร์ท Beyond The Sea เพื่อเสพสุขกับไลน์อาหารเช้า ที่มีคนเขารีวิวไว้ในเน็ตว่า ไม่แพ้ที่ไหนในระดับเดียวกัน

ไลน์อาหารเช้าที่เราต้องไปพิสูจน์ รวมไปถึงกาแฟสด ที่เครื่องทำกาแฟแบบจริงจังเครื่องใหญ่ แถมเมล็ดกาแฟก็ใช้ของสตาร์บักส์ เนื่องจากเจ้าของโครงการชอบดื่มกาแฟสตาร์บักส์ และต้องการให้ลูกค้าบริโภคในสิ่งที่เจ้าของโครงการบริโภคด้วย ก็เลยเป็นไลน์อาหารเช้าที่พิเศษขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น : -)
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
อิ่มแล้วก็มาเดินย่อยกันนะ ที่นี่แม้ว่าที่จะไม่กว้างขวางมาก แต่การจัดพื้นที่นี่ดีใช้ได้เลย และต้นไม้เขียวๆงามๆก็แทรกอยู่ทุกมุมมอง ซึ่งทำให้นอกจากจะเป็นรีสอร์ทที่ร่วมสมัย โมเดิร์นแล้ว ก็ยังมีความมีชีวิตชีวาด้วยต้นไม้ใบหญ้าอีกด้วย
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
ที่เป็นไฮไลท์ที่เขานิยมถ่ายรูปกันที่นี่ ก็เห็นจะไม่พ้นสระว่ายน้ำที่ดูเหมือนจะลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา จนไปถึงชายหาด รวมไปถึงโครงเหล็กโค้งสีแดงสดใส ที่ทำให้วิวภายในโรงแรม ที่ดูร่วมสมัยโมเดิร์น และออกผู้ใหญ่นิดๆ มีความขี้เล่น สดใส ตัดขึ้นมาทันที ซึ่งตรงกับคอนเซปท์ของรีสอร์ทมากๆ ซึ่งวางตัวเป็นที่สำหรับคนทุกวัย เพื่อนซี้ทุกกลุ่ม
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
จากนั้น แวร์มาสเตอร์ก็อยากเดินย่อยอาหารต่อ ด้วยการรบกวนให้เจ้าหน้าที่รีสอร์ทพาเดินดูห้องประเภทอื่นๆอีก 2 ประเภท ที่นี่จะมีห้องทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, และวิลล่า 2 ห้องนอน

โดยที่ประเภท 2 ห้องนอน จะจุผู้เข้าพักได้ราวๆ 4-6 คน สบายๆ ประเภท 3 ห้องนอน ก็จุได้ 6-10 คน สบายๆ โดยประเภท 3 ห้องนอนมีความต่างกับ 2 ห้องนอน ตรงที่มีห้องนอนเพิ่มขึ้น และที่นั่งเล่นเพิ่มขึ้น แถมพื้นที่ตรงระเบียงก็เพิ่มจากที่เล่นฮูลาฮูปได้พร้อมกัน 4 คน สบายๆ ก็กลายเป็นเล่นฮูลาฮูปพร้อมกันได้ 8 คนสบายๆอีกด้วย

มาอยู่ที่นี่ จึงไม่มีการที่จะไปนอนกระจุกอยู่ในห้องเล็กๆที่ทำมาเพื่อคนสองคนแต่อย่างใด แต่มีพื้นที่กลางให้ทุกคนในกลุ่มหรือในครอบครัว ได้ใช้ชีวิตร่วมกันแบบสบายๆด้วย

ทำให้เวลาที่แวร์มาสเตอร์อยู่ที่นี่คนเดียวในห้อง จึงออกจะรู้สึกว่าบรรยากาศมันเหงานิดๆด้วยซ้ำไป เพราะแม้ว่าห้องสวย สะอาด กว้าง สบาย แต่พื้นที่มันช่างไม่เหมาะที่จะอยู่คนเดียวเอาเสียเลย อยากจะโทรตามพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงให้บินมาสนุกด้วยกันในห้องพักซะให้รู้แล้วรู้รอด

ก็ทุกอย่างในห้อง ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น โต๊ะทานข้าว ที่นั่งเล่น ล้วนแต่มีไว้รองรับการมาเป็นกลุ่มทั้งนั้น
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
ส่วนวิลล่า ก็เหมาะกับคู่รัก 2 คู่ หรือครอบครัวเล็กๆ 2 ครอบครัว ที่ต้องการใช้เวลาทั้งแบบร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัว
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
และกิจกรรมทั้งหลายที่สามารถทำในพื้นที่ส่วนตัวของกลุ่ม โดยที่ไม่ต้องก้าวออกมาจากห้องเลย ก็มีหลากหลาย เช่น การนวดไทย การฝึกทำอาหาร กีตาร์ใหม่เอี่ยมให้เช่าเพื่อร้องเพลงกันในกลุ่ม แผ่นหนังทั้งหลายเพื่อความบันเทิงเป็นหมู่คณะ

รวมไปถึงไม่ว่าใครในกลุ่มนึกอยากจะเป็นแม่ครัวใหญ่ ก็สามารถซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเอง ที่ห้องก็มีจานชามช้อนส้อม พร้อมกับตู้เย็นขนาดใหญญ่ เตาอบ เตาไมโครเวฟ และเตาไฟฟ้า ให้ได้เลือกใช้ ถ้าใครเอาเสื้อผ้ามาไม่พอ หรือลูกน้อยใช้ผ้าอ้อมเปลือง ก็ยังโยนเข้าเครื่องซักผ้า ซักเสร็จแล้วก็ต่อด้วยเครื่องอบผ้าได้ สบายๆ
ชาซ่า สมุย
และแน่นอน ถ้าใครที่ยังรักสุขภาพไปทางด้านออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายด้วยการนวด ที่นี่ก็มีอุปกรณ์ฟิตเนสอย่างดี และสปาที่เจ้าหน้าที่บริการเป็นอย่างดี หรือถ้าต้องการนวดด้วยน้ำ ที่สระน้ำของรีสอร์ท ก็มีสองจุดให้ได้นั่งแช่น้ำนวดอย่างสบายเช่นกัน
ชาซ่า สมุย
ชาซ่า สมุย
รวมไปถึงห้องเด็ก ที่มีบริการดูแลเด็ก และมีคอร์สวาดรูป ระบายสี และอื่นๆ ให้ลูกๆ หลานๆ ได้เล่นให้หนำใจไปเลยด้วยเช่นกัน ว่าแล้วก็นึกถึงหลานๆตัวแสบที่บ้านขึ้นมาเลยทีเดียว
ชาซ่า สมุย
ทั้งหมดทั้งปวง จึงเป็นคำตอบจากคอนเซปท์ Resort and Residence ของ Shasa คือ เป็นที่พักอาศัยจริงๆ และตอบโจทย์ในทุกสไตล์ ความต้องการของแต่ละคน



เดินย่อยดูโรงแรมรอบๆ และเอาสังขารไปบำรุงที่สปา(จนแทบหลับมาแล้ว) ก็ถึงเวลาเที่ยง เรานัดกับคุณโต้ง ผู้จัดการรีสอร์ท เพื่อทานข้าว และสัมภาษณ์ไปด้วยขณะมูมมาม

เราเจอกันที่ Beyond the Sea ห้องอาหารหนึ่งเดียวของรีสอร์ท เหมือนเดิม (แอบเมาท์นิดนึงว่า คืนก่อนหน้า แวร์มาสเตอร์ได้เจอแขกโรงแรมอื่นๆเดินมาทานที่ห้องอาหารนี้กันหลายคนเลย คุณโต้งบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา และห้องอาหารที่นี่ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงว่าอาหารรสชาติดี และบรรยากาศดีด้วย)
ชาซ่า สมุย
คุณโต้งเป็น GM ที่ Shasa ตั้งแต่ตึกแทบจะยังเป็นวุ้นอยู่เลยทีเดียว และก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมคุณโต้งถึงได้รู้สึกผูกพัน และอยู่มาย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้จบทางด้านการโรงแรมมา แต่ด้วยประสบการณ์การทำร้านอาหารที่นิวยอร์กมาถึง 4-5 ปี เมื่อกลับมาจึงได้หอบเอาประสบการณ์จากเกาะแมนฮัตตัน มาเริ่มสายงานเป็น F&B โรงแรม และในที่สุดก็มาเป็น GM ที่ Shasa

เราแอบแย็บไปว่า อยู่ที่นี่ไม่เบื่อเหรอ ในเมื่อบ้านอยู่กรุงเทพ ก็ได้คำตอบว่า เป็นความฝันของคุณโต้งตั้งแต่วัยเด็กว่าอยากทำงานอยู่ริมทะเล อีกทั้งเกาะสมุยก็เป็นที่ๆมี facility เช่นโรงพยาบาล และสาธารณูปโภคพร้อม อีกทั้งยังมีความสุขกับตัวเองดี และไม่วุ่นวายเหมือนสังคมเมือง และเมื่อ Setup แล้วก็ผูกพันกับที่นี่ อยากเห็นมันโตและสำเร็จ

ในวันนี้ที่ Shasa ที่เป็นรีสอร์ทที่ดูสงบเงียบมาก แต่จริงๆแล้วมีพนักงานรันอยู่เบื้องหลังถึง 80 ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแผนกบัญชี บุคคล ช่าง คนสวน แม่บ้าน กีฬา สปา ครัว ร้านอาหาร และอื่นๆ จึงอดไม่ได้ที่จะถามถึงการหาพนักงานคุณภาพดีๆว่าทำได้อย่างไร คุณโต้งตอบว่า ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่โรงแรมที่ไม่ได้มีชื่อดังมาก่อน จะมีแต่พนักงานเข้ามาสมัครงาน แต่โรงแรมก็ไม่ใช่อยู่ในระดับที่อะไรก็ได้ เพราะ Shasa จะพยายามดันคุณภาพให้ดีด้วยการใช้ชื่อตัวเอง

และทุกรายละเอียด คุณโต้งก็จะเป็นคนวางทั้งหมด รวมไปถึงวิธีการทำงานของพนักงานทั้งหมดซึ่งก็ถือเป็นวัฒนธรรมของโรงแรมเช่นกัน
ชาซ่า สมุย
และแล้ว ผัดไท แกงส้มปลา คั่วกลิ้ง แกงมัสมั่น ริซอทโตทะเล ซึ่งล้วนเป็นอาหารแนะนำของที่ร้าน ก็ทยอยนำมาเสิร์ฟ เราจึงได้คำถามเรื่องร้านอาหารมาถามให้คุณโต้งตอบเพิ่มอีก

อะไรคือสิ่งที่ท้าทายของร้านอาหารในโรงแรม? คุณโต้งได้ตอบว่า ด้วยการรับรู้ของคน ร้านอาหารในโรงแรมดูจะเข้าถึงยากกว่า เพราะต้องเดินผ่านล็อบบี้ ไม่ใช่ว่าจอดรถแล้วถึงเลย และยังต้องคำนึงถึงแขกในโรงแรมด้วย ยิ่งมีหลายเชื้อชาติ อาหารที่มี ก็ยิ่งต้องหลากหลาย ไม่สามารถจะกำหนดได้ว่าในโรงแรมจะมีแต่อาหารสัญชาตินี้ๆเท่านั้น

แต่ด้วยความที่จะเน้นให้เป็นอาหารไทย จุดเด่นอยู่ที่อาหารไทยเป็นหลัก จึงได้มีเมนูเด่นเป็นอาหารไทยแนวอาหารใต้อยู่หลายจาน เช่น คั่วกลิ้งที่ใช้เนื้อพิเศษขึ้นมาอีกหน่อย ผัดไทที่จะเน้นเอากุ้งตัวใหญ่ๆมาใช้ แต่ที่สำคัญคือความสดและคุณภาพของวัตถุดิบ ไม่ว่าจะทำจานไหนก็ตาม
ชาซ่า สมุย
ทุกเมนูกว่าจะออกมาได้ต้องชิมเองหมดจนเข้าที่ ให้เชพทำมา และเราต้องบอกด้วยว่าจะให้ใส่อะไร และต้องดูพื้นฐานว่าเขาทำได้อร่อยขนาดไหน ถ้าเขาทำได้ไม่ใกล้เคียงเลยต้องปรับ ถ้าปรับไม่ได้ต้องเอาออก หรือจานที่ต้องมี เช่นแกงเขียวหวาน ก็ต้องปรับให้ได้ เพราะถ้าไม่มีแล้วมันจะไม่สมบูรณ์ในการเป็นร้านอาหารไทย

พอพูดไปถึงเรื่องรสชาติ ซึ่งอาหารไทยในโรงแรมนั้น เราจะมีความรู้สึกกันว่า เป็นอาหารไทยเพื่อคนต่างชาติ มุมมองนี้ คุณโต้งได้ตอบว่า ที่นี่ทำอาหารไทยซึ่งคงรสชาติอาหารไทยเหมือนที่ทานข้างนอก และถือคติว่า ถ้าคนไทยทานได้อร่อย ฝรั่งก็ต้องทานอร่อย ซึ่งเรื่องระดับความเผ็ดมันปรับกันได้ แต่ไม่จำเป็นที่ต้องปรับรสชาติให้เสียความเป็นอาหารไทย เป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าทานเผ็ดไม่ได้ แล้วจะสั่งอาหารที่ไม่สามารถปรับความเผ็ดให้น้อยลงได้ เช่น แกงส้ม หรือคั่วกลิ้ง ทางโรงแรมก็จะแนะนำให้สั่งจานอื่นดีกว่า
ชาซ่า สมุย
เราตบท้ายมื้อที่อิ่มกลิ้งอัดแน่นไปด้วยอาหารรสชาติอร่อย ด้วยของหวานพิเศษ ชีสเค้กมะพร้าวและไอศกรีมกะทิ อิ่มก็อิ่ม แต่อร่อยก็อร่อย ก็เลยต้องนั่งกลมอยู่กับที่ อย่าว่าแต่เดิน กลิ้งก็ยังไม่สามารถ เพราะอาหารแต่ละจาน ปริมาณไม่ใช่น้อยๆ นี่แหละมั้ง จุดที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารสำหรับต่างชาติ ก็ตรงปริมาณนี้เองล่ะ (ขณะกำลังบันทึกอยู่นี้ ก็ยังจำความอิ่มอร่อยจนขยับตัวไม่ได้ตอนนั้นได้อยู่เลย)
ชาซ่า สมุย
ก็เลยขอสัมภาษณ์คุณโต้งต่ออีกสักหน่อย รออาหารย่อยกว่านี้ จึงพอจะกลิ้งกลับห้องพักได้ และจริงๆแล้วโรงแรมนี้ ยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมาย

ด้วยความที่ Shasa มีอัตราแขกที่กลับมาพักสูง เราจึงถามว่า คิดว่า แขกติดใจอะไร Shasa กันนักนะ คุณโต้งก็ตอบว่าน่าจะเป็นตัว facility ของห้องเอง ซึ่ง space มันใหญ่พอสมควร มี space ให้เห็น seaview มีบริการที่ได้เท่าที่เขาคาดหวังทุกอย่างคือ เรียกว่า คุ้ม ได้ด้วยตัวห้องเอง เมื่อเขาไม่ได้จ่ายมาแพงกว่าที่เขาได้ก็เป็นพอ ถ้าเขารู้สึกจ่ายถูกหรือพอๆกับที่ได้ เขาก็กลับมา

นิยามสั้นๆ คือ ความสบาย และความคุ้มค่า ของมัน สบายในที่นี้คือ อยู่ห้องก็สบาย เห็นทะเล ครบวงจร ไม่ต้องลงมาข้างล่างก็ได้ บางที่ไปทะเลก็เห็นแต่สวน คิดว่าอันนี้ตอบโจทย์ได้มากกว่าถึงความสบายที่อยู่ริมทะเล อยากให้มีกิจกรรม อุปกรณ์ บริการ ค่อนข้างครบวงจร ซึ่งแขกจะใช้หรือไม่ใช้ ไม่มีปัญหา แต่ก็มีเตรียมไว้ให้เพื่อตอบโจทย์กว้างขวางได้ตลอดเวลา
ชาซ่า สมุย
ความภูมิใจล่าสุดของ Shasa ก็คือ แม้ว่าจะเป็นโรงแรมที่เรียกว่า เป็นโรงแรมขนาดเล็ก เพราะมีเพียง 30 ห้อง (แม้ว่าแต่ละห้องจะกว้างเท่าครึ่งสนามฟุตบอลได้ก็ตาม) ก็ได้รับการโหวตให้ขึ้น Top ten ใน Trip advisor กับเขาเหมือนกัน แม้ว่าโรงแรมจะติด Top 20 มาตลอดก็ตาม แต่การขยับขึ้นมาเป็น Top ten จากจำนวนกว่า 300 โรงแรมทั่วเกาะสมุย แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก แต่ในฐานะคนทำงาน ก็รู้สึกดี มีกำลังใจในการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

และ Shasa ก็ยังจะไม่หยุดเรื่องคุณภาพเพียงแค่นี้ คุณภาพของที่นี่ จะได้รับการปรับปรุงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเชื่อว่า แบรนด์ Shasa จะขึ้นไปได้อีก โดยยังคงความคุ้มค่าคุ้มราคาเอาไว้เช่นเดิม
ชาซ่า สมุย
ในความคุ้มค่าคุ้มราคาของ Shasa ที่แวร์มาสเตอร์ประสบพบเจอ ก็พูดได้ว่า ถ้ามาเป็นหมู่คณะ มีความสุขและมีพื้นที่ระหว่างครอบครัว หรือในกลุ่มเพื่อนซี้จริงๆ มาที่ Shasa แล้วจะพบว่า มันคุ้มค่ากว่าการที่ไปโรงแรมอื่นที่ดีๆเช่นกัน แม้ว่าห้องจะมีคุณภาพดี แต่ด้วยความที่ไปเป็นหมู่คณะ กลับต้องอัดกันอยู่ในห้องของใครคนหนึ่งคนเดียว เพราะอยากจะพบปะสังสรรค์กัน หรือต้องไปใช้พื้นที่ส่วนกลางของโรงแรมที่ไม่เป็นสัดส่วน และจะเสียงดังรบกวนคนอื่นมากไม่ได้ แถมกิจกรรมก็ไม่ได้มีเยอะอะไรนัก

ในขณะที่เรามักจะคิดว่า การที่ได้นอนในห้องเดียวกันหลายๆคน ก็จะนึกถึงที่พักบ้านๆ ที่ปูที่นอนเป็นตับ ให้นอนเรียงกันเป็นปลาแมคคาเรลในซอสมะเขือเทศ เสมอๆ หรือไม่ก็ห้องต้องแสนหรูหราแพงหูฉี่ไปเลย

แต่ที่ Shasa ในราคาต่อหัวที่เท่ากับการเช่าห้องพักที่โรงแรมหัวหินระดับกลาง แล้วยังได้พื้นที่ส่วนตัวมากกว่า ในคุณภาพที่ดีกว่า ทำให้การมาเที่ยวเป็นกลุ่ม ได้พักในที่พักคุณภาพดี ในราคาที่วัยทำงานที่ไปเที่ยวเขาใหญ่หรือหัวหินกันบ่อยๆก็จ่ายได้ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่เบา สำหรับทริปต่อไป ของครอบครัวที่รัก หรือกลุ่มเพื่อนซี้



คำถามส่วนตัวที่น่าหนักใจ ทิ้งท้ายในสกู๊ปนี้ ก็เห็นจะเป็นคำถามที่ว่า



"พากลุ่มไหนไปก่อนดี?"





ไปดูความเห็น รูปภาพเพิ่มเติม และพิกัดของชาซ่า รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนท์ ที่นี่เลย