Spafoods ร้านอาหารสุขภาพ โกลเด้นเพลส พระราม9
22 กันยายน 2554
ชาวแวร์มีความเห็นยังไงเกี่ยวกับอาหารสุขภาพบ้าง? แวร์มาสเตอร์จะขอพาชาวแวร์ไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่ให้ความรู้ รสชาติ และแรงบันดาลใจของเรื่อง "อาหารเพื่อสุขภาพ" กัน รับรองว่าไม่ใช่อาหารเจชืดๆมันๆ แถมไม่มีอะไรน่าสนใจอย่างแน่นอน
และก็เปล่านะ แวร์มาสเตอร์ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องที่มาที่ไปของเทศกาลกินเจแต่อย่างใด แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ลองดูกันต่อไปนะจ๊ะ
ทีมแวร์อินไทยมากันที่โกลเด้นเพลส พระราม 9 ซุปเปอร์มาร์เก็ตในดวงใจของใครหลายๆคน ข้างๆโกลเด้นเพลส จะมีพื้นที่ร่มรื่นให้เดินเข้าไปข้างใน มีร้านขนาดย่อมๆเรียงรายอยู่ และต่อจากทางเข้า เดินเข้าไปไม่ไกล เราก็จะเจอกับร้านสปาฟู้ดส์ อยู่ด้านขวามือ
สไตล์การตกแต่งที่ออกเรียบๆสบายๆ แม้ว่าร้านจะค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด แต่การใช้กระจกใสมากก็ทำให้ดูโปร่ง สีเขียวที่เป็นสียืนพื้นของร้านอาหารสุขภาพ ก็ปรับให้เป็นสีเขียวสดใส เพื่อให้เข้ากับลูกค้าส่วนหนึ่งที่เป็นวัยรุ่นวัยเรียน และขยับตำแหน่งให้ภาพลักษณ์อาหารสุขภาพดูจับต้องง่ายขึ้นด้วย
ร้านนี้ เป็นหนึ่งในหกสาขาในปัจจุบัน ที่เริ่มต้นมาจากคุณธีรนาฏ ผู้ก่อตั้งกิจการ ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการที่คุณแม่ได้เกิดโรคมะเร็ง และถึงแก่กรรมในเวลาต่อมา ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารการกิน
ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตด้วยโรคใดๆ แล้วจะคิดหาทางทำอะไรสักอย่างกับโรคภัยที่พรากชีวิตคนที่รักไป สำหรับคุณธีรนาฏ นี่คือจุดที่เป็นแรงผลักดันอย่างมาก ให้คุณธีรนาฏหันมาสนใจศึกษาเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และร่วมกับนักวิชาการ ได้พัฒนาค้นคว้าทดลองสิ่งที่จะมาทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และได้ค้นพบว่า ถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนที่อุดมสมบูรณ์มาก และยังมีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคต่างๆ รวมไปถึงการควบคุมน้ำหนัก
นั่นคือจุดเริ่มต้นของธุรกิจอาหารของคุณธีรนาฏ ที่เน้นการใช้ประโยชน์จากโปรตีนของถั่วเหลือง และได้ยืนอยู่ในธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ อย่างมีแรงบันดาลใจอันแรงกล้า และสร้างสรรค์ อย่างที่เราจะเห็นในบรรทัดต่อๆไป
พอเราพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ไม่มีเนื้อสัตว์ เราก็มักจะนึกถึงอาหารเจหน้าตาจืดๆ และคงไม่พ้นสองคู่หู นั่นคือ เต้าหู้ กับโปรตีนเกษตร รวมไปถึงหมี่กึง หรือบุกที่นำมาใช้ประกอบอาหารเจแทนเนื้อสัตว์ทั่วๆไป
แวร์มาสเตอร์ค้นพบว่า สิ่งที่ทำให้คนรอบข้างทนทานอาหารเจนานๆไม่ได้ หรือถึงกับทานไม่ได้เลย นอกจากเป็นเพราะว่าเนื้อสัตว์มันอร่อยเกินห้ามใจแล้ว ก็ยังเป็นเพราะว่า เกลียดความหืนของถั่วเหลืองบ้าง เกลียดกลิ่นเห็ดบ้าง และที่สำคัญก็คือ อาหารเจ มันมักจะไม่อร่อยนี่สิ
แม้ว่าเราจะไม่ได้พูดถึงอาหารเจอย่างเดียว เรารวมไปถึงอาหารมังสวิรัติด้วย อาหารมังสวิรัติก็ยังได้ภาพพจน์คล้ายๆกัน นั่นก็คือ มันไม่อาหย่อย นั่นเอง
ร้านสปาฟู้ดส์ได้เห็นช่องว่างตรงนี้ ระหว่างอาหารมังสวิรัติ กับอาหารอุดมเนื้อสัตว์ จึงได้พยายามค้นหาวิจัย คิดสูตรผลิตภัณฑ์ และอาหารเมนูต่างๆ ให้มันมีรสชาติ หน้าตา ที่ดูแตกต่างไปจากอาหารเจ เบสิค แบบที่เรารู้จัก และถือเป็นเอกลักษณ์ของร้านเลยก็ว่าได้
แต่ที่สำคัญ ก็ต้องยืนยันคอนเซปท์เพื่อสุขภาพอยู่ โดยที่ ใช้ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่เป็น non-GMO หรือ ไม่มีการตัดต่อทางพันธุกรรม มีโปรตีนสูงเท่าเทียมเนื้อสัตว์ มีโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเรสเตอรอล และที่สำคัญ ไม่ใส่ผงชูรสอย่างเด็ดขาด
วันนี้เราได้มาพบกันเจ้าของร้าน Spafoods สาขาโกลเด้นเพลส พระราม9 ซึ่งเป็นลูกสาวคนสวยของคุณธีรนาฏ คุณนริศา รติชน ซึ่งการปรากฏตัวของคุณโอ๋ ได้ลบภาพความจืดชืดของภาพพจน์คนทานมังสวิรัติทั่วไปซะหมดสิ้น ซึ่งก็เป็นเครื่องหมายบ่งบอกจุดยืนของ Spafoods ได้อย่างดีทีเดียวซะด้วย
คุณโอ๋มาพร้อมกับน้ำมะตูม และ Mocktail สองแก้วที่ชื่อเก๋ๆว่า น้ำระตี และ น้ำเทวี โดยที่น้ำระตี เป็นมอคเท็ลสดใส ใส่สับปะรด ส้ม มะนาว Grapefruit และน้ำหวานเกรนาดีน ส่วนน้ำเทวี เป็นม็อคเทลรสหวานมะพร้าว ก่อนที่จะบรรยายให้เราได้รู้ว่า การปรับสีเขียวของร้านนี้ เป็นความตั้งใจ ให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงได้ ไม่รู้สึกว่า เดินเข้าร้านคนแก่ ให้มีความภูมิใจในการมาทานเอง หรือพาคุณพ่อคุณแม่มาทาน
เราไม่รอช้า ยิงคำถามที่สงสัยไปในทันทีว่า เนื่องจากร้านอาหารสุขภาพแบบไร้เนื้อสัตว์ เป็นกิจการที่เกิดจากแรงบันดาลใจของคุณแม่ของคุณโอ๋ คือคุณธีรนาฏ แล้วอย่างที่คุณโอ๋มารับดูแลสร้าง Spafoods สาขานี้กับมือล่ะ คุณโอ๋สืบทอดแรงบันดาลใจจากคุณแม่เรื่องร้านอาหาร และทัศนคติการงดเนื้อสัตว์ได้ยังไง เพราะรุ่นคุณแม่งดทานเนื้อสัตว์ ก็ไม่ได้แปลว่า รุ่นลูกต้องงดเนื้อสัตว์ตาม ใช่ไหม?
คุณโอ๋เลยเล่าถึงต้นเหตุที่ทำให้เลิกทานเนื้อสัตว์ตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้วให้ฟัง แต่เดิม คุณโอ๋เป็นคนที่ชอบทานเนื้อสัตว์เหมือนคนทั่วๆไป และคุณโอ๋เป็นคนที่รักแมวและเลี้ยงแมวเยอะมาก อยู่มาวันหนึ่ง มีเหตุให้คุณโอ๋ ขับรถชนแมวตัวหนึ่งตาย ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่รักสัตว์ หรือไม่รักแมว อาจจะไม่เข้าใจ แต่เหตุการณ์นี้ ก็แรงมากพอสำหรับคุณโอ๋ ที่จะทำให้วันรุ่งขึ้น คุณโอ๋ก็ลุกขึ้นมาเลิกรับประทานเนื้อสัตว์ทั้งหลายทันที
แต่การลุกขึ้นมาทำอะไรทันทีด้วยแรงบันดาลใจที่คนรอบข้างอาจจะไม่เข้าใจ ก็ทำให้มีแต่คนคาดเดาไปว่า คุณโอ๋จะล้มเลิกความตั้งใจในไม่กี่วัน แต่ไม่กี่วัน ก็กลายเป็นไม่กี่เดือน และกลายเป็นปี จนสิบกว่าปีผ่านไป คุณโอ๋ก็พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า แรงบันดาลใจนั้น เป็นของจริง และหนักแน่นมากพอ แถมไปๆมาๆ เพื่อนๆก็ได้ทานตามคุณโอ๋ไปด้วยซะเลย
แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า คุณโอ๋จะเอ็นจอยอยู่กับเต้าหู้ เห็ด หมี่กึง ถั่ว ผักต่างๆ โปรตีนเกษตร แบบอาหารเจทั่วไป แรงบันดาลใจที่ดี ของสาวทั้งสองรุ่น ไม่ได้จบอยู่แค่ทำอาหารเจแบบเดิมๆเท่านั้น แต่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ยิ่งต้องการค้นคว้าศึกษา เพื่อพัฒนาหาสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย เช่น เรื่องรสชาติ หน้าตา และที่สำคัญคือ คุณประโยชน์ที่ได้จากอาหารที่ร้าน เพราะเคยมีลูกค้าที่ร้าน รวมไปถึงเชฟของร้านเอง ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้วหันมาทานอาหารสุขภาพตามแบบฉบับที่ร้าน ผลก็ปรากฏว่า การเปลี่ยนอาหารการกิน ช่วยในเรื่องโรคมะเร็งได้จริงๆ
แม้ว่าคนเราจะรู้ว่า อาหารเพื่อสุขภาพนั้นดีขนาดไหน แต่ความที่มันไม่น่าทาน (สำหรับคนส่วนใหญ่) นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว ก็ยังเป็นโอกาสที่สปาฟู้ดส์ ก็นำมาเป็นจุดแข็งของร้านด้วย
จึงไม่ต้องแปลกใจว่า หน้าตาอาหารร้านนี้ เป็นที่สงสัยในแวบแรกเป็นปรกติว่า นี่มันเนื้อสัตว์ หรือไม่ใช่เนื้อสัตว์ กันแน่หว่า?
อย่างเช่นกุ้งผัดบล็อกเคอลี่ จานเริ่มต้นมื้อ จานนี้
ถึงมันจะดูไม่ใช่กุ้งซะทีเดียว แต่ก็เริ่มสงสัยแล้วว่า เอ๊ะ มันลูกชิ้นอะไรหนอ ลูกชิ้นหมู หรือลูกชิ้นปลา หรืออะไรกัน?
มาที่แกงเขียวหวานไก่ ที่รสชาติจัดจ้าน ไก่ที่ทำจากถั่วเหลือง ก็ไม่ได้ให้นึกถึงถั่วเหลืองเลยแม้แต่น้อย
ข้าวซอยอกไก่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของร้าน และอกไก่ ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดนิยมของทางร้าน ที่มีคนซื้อกลับไปทำอาหารต่อเช่นกัน แหม ดูหน้าตาซะก่อน เราแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยในการทานข้าวซอยจานนี้ หรือแกงเขียวหวานไก่ด้านบน
ส้มตำไก่ทอด ที่ส้มตำก็จัดจ้านหายห่วง ไก่ทอดก็ไม่บอกไม่รู้ว่าเป็นถั่วเหลืองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือรสสัมผัส
ที่สำคัญ วัตถุดิบเหล่านี้ ทางสปาฟู้ดส์ได้คิดค้นขึ้นมาเองด้วยเชฟจากในร้าน เพราะถ้าเอามาจากที่อื่น ก็กลัวว่าเขาจะใช้ส่วนผสมจากเนื้อสัตว์จริงๆเพื่อให้ได้รสและหน้าตาอย่างที่ต้องการ
ธุรกิจอีกไลน์หนึ่งที่สร้างขึ้นมาช่วยสนับสนุนแนวความคิดอาหารสุขภาพในแนวนี้ของสปาฟู้ดส์ ก็คือการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง เพื่อให้ครอบครัวต่างๆสามารถเข้าถึงอาหารสุขภาพมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องมานั่งทานที่ร้าน
จานสุดท้าย ที่เรียกว่าน่าจะเป็นจานแรก นั่นก็คือ ไส้กรอกสปารวม ที่มีคอนเซปท์เหมือนเป็นค้อกเทลไส้กรอกรมควันรสต่างๆ
โดยรวมแล้ว แวร์มาสเตอร์ค่อนข้างพอใจกับคุณภาพและรสชาติของอาหารที่นี่นะ แถมได้ประโยชน์ครบถ้วนด้วย นอกจากไม่ต้องทานเนื้อสัตว์ แต่ไม่ต้องรู้สึกอดอยากเพราะนึกถึงความอร่อยแล้ว ยังสุขภาพดีอีกต่างหาก
แต่ อาหารที่สร้างขึ้นด้วยการคำนึงถึงสุขภาพ ไร้เนื้อสัตว์ และทำให้ไม่รู้สึกว่าขาดแคลนเนื้อสัตว์ และรสชาติหน้าตาดี แค่นั้น มันก็คงง่ายไปสำหรับหนทางเส้นนี้ อุปสรรคทางด้านทัศนคติของคนที่มีต่ออาหารในแบบ สปาฟู้ดส์ ก็ยังมีอยู่
แถมเรียกว่า เป็นอุปสรรคทางด้านทัศนคติที่เป็นศึกสองด้านเลยด้วยซ้ำ ในขณะที่ทางสปาฟู้ดส์ได้เล็งเห็นว่า มันมีช่องว่างระหว่างอาหารเจที่โดยทั่วไปรสชาติไม่ถูกปาก และอาจจะไม่ได้สารอาหารที่ดีด้วย กับ อาหารเนื้อสัตว์ ที่มีความอร่อย แต่ก็อาจจะนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บจากการกินได้หลายอย่าง และสปาฟู้ดส์ก็มุ่งเน้นจะเติมเต็มช่องว่างนั้น
กลายเป็นว่า ทั้งคนที่ทานเจ และคนที่มุ่งทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ก็จะไม่ชอบความประสมประสานของอาหารสุขภาพลักษณะนี้ และยังมีทัศนคติว่า อาหารเจ หรืออาหารมังสวิรัติ ก็ต้องเป็นในรูปแบบจืดชืด สำหรับคนที่ต้องการตัดกิเลส ชำระล้างจิตใจเท่านั้น ไม่งั้นก็ต้องทานเนื้อสัตว์โฮกๆกันไปให้รู้แล้วรู้รอดเลย
คุณโอ๋อธิบายว่า สปาฟู้ดส์ไม่ได้ตั้งตัวเป็นร้านอาหารเจหรือสมังสวิรัติ แม้ว่าอาหารในร้านจะไม่มีเนื้อสัตว์เลย เพราะลูกค้าเป็นคนละกลุ่มกัน คนที่ทานอาหารเจ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ที่ทานอาหารสุขภาพ แต่อาจจะทานด้วยความเชื่อ และปณิธานส่วนบุคคล มากกว่าที่จะมากังวลว่า มื้อนี้เราได้รับสารอาหารครบหรือไม่ ส่วนลูกค้าสปาฟู้ดส์ ก็คือกลุ่มคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ แต่ยังคงต้องการที่จะทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และไม่ขาดรสชาติที่ดี
คุณโอ๋บอกว่า แม้ว่า ทัศนคติเรื่องนี้ในปัจจุบันจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะคนเข้าใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น จึงได้เปิดกว้างกับอาหารรูปแบบต่างๆมากขึ้น แต่ก็ยังต้องอดทนกับหลายๆเสียงที่ยังมีทัศนคติลบกับอาหารแบบนี้ต่อไป การทำธุรกิจอาหารแบบสปาฟู้ดส์ จึงยังคงต้องอาศัยแรงใจในการยืนหยันทำธุรกิจต่อไปอีกมาก
"ถ้าธุรกิจนี้ ขาดความรัก จะอยู่ไม่ได้เลย เพราะต้องใช้แรงในการยืนหยัด ณ จุดยืนตรงนี้มาก"
แวร์มาสเตอร์ลองหยอดถามปิดท้ายการสนทนาไปว่า ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่คุณแม่สร้างมา อาจจะไม่ใช่กิจการหรือธุรกิจที่เราอยากทำ ตรงนี้คุณโอ๋จะทำยังไง หรือว่า คุณโอ๋โชคดี ที่มีรสนิยมและมีความต้องการที่จะธุรกิจเหมือนคุณแม่เป๊ะเลย
คุณโอ๋ก็ตอบคำถามปิดท้ายด้วยคำตอบเช่นนี้
"เราจะค้นพบในสิ่งที่เราคิดว่าเราชอบหรือเปล่าไม่รู้
แต่การที่เราทำอะไรตรงนี้ เราก็ควรจะรักในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่อย่างจริงจัง
และพอรักแล้ว ก็ทำให้สำเร็จ"
ตลอดช่วงเวลาที่เราได้พูดคุยกัน เราก็รู้สึกว่าเธอเป็นอย่างที่เธอพูดไว้จริงๆ
ปัจจุบันชาวแวร์ที่อยู่กรุงเทพสามารถเดินทางไปร้าน Spafoods ได้ค่อนข้างสะดวก เพราะมีถึง 6 สาขาด้วยกัน นอกจากสาขาโกลเด้นเพลส พระราม9 แล้ว ก็ยังมีสาขากระท่อมมังสวิรัติ (โชคชัยร่วมมิตร วิภาวดี 16/21), สาขาโกลเด้นเพลส สะพานสูง, สาขาสลิมโบ้ อาร์ซีเอ, สาขา The Pool, และสาขา D'Lite
แต่ละสาขา ก็จะมีบรรยากาศและอาหารแนะนำแตกต่างกันไป เช่น สาขากระท่อมมังสวิรัติ มีบรรยากาศแนว English Cottage อาหารเป็นสไตล์นานาชาติในแบบ Homemade Cuisine เช่น สะโพกไก่ซอสชีส สะเต๊ะอกไก่ตะไคร้หอม ไก่ทอดซอสพริกไทดำ เมี่ยงคะน้าทูน่ากรอบ ทูน่าผัดพริกขิงกรอบ และรองรับลูกค้าได้ถึง 200 คน ในขณะที่ สาขาโกลเด้นเพลส พระราม9 ที่เราแวะมา จะตกแต่งในแนวทันสมัยขึ้นมาอีก และรูปแบบอาหารจะเป็นสไตล์ไทย-อีสาน เช่น ไส้กรอกสปารวม, ส้มตำไก่ทอด, ข้าวซอยอกไก่ ส่วนสาขาสลิมโบ จะเป็นสไตล์ไทยและนานาชาติในแบบ Modern Cuisine เช่น เส้นสาหร่ายห่อกุ้ง พาสต้าปลาเค็ม และตกแต่งแนวโมเดิร์น
ในอนาคต สปาฟู้ดส์ดูๆการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าเอาไว้ เพื่อให้คนเข้าถึงมากขึ้น เราแอบถามคุณโอ๋ว่า กลัวคนไม่เข้าหรือเปล่า เพราะมันดูไม่น่าจะใช่อาหารที่คนจะนิยมไปต่อคิวยาวๆล้นทะลักเอาซะเลย
คุณโอ๋บอกว่า "ทำมาป่านนี้แล้ว..."
เป็นคำตอบสั้นๆม้วนเดียวจบ ครบกระบวนความ
แวะไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บ
http://www.spa-foods.com หรือโทร 02-689-9615 หรือที่แฟนเพจสปาฟู้ดส์ที่
facebook นะจ๊ะ